รู้จักตัวตนของ ว่านน้ำ บล็อกเกอร์ ชื่อดัง

รู้จักตัวตนของ ว่านน้ำ บล็อกเกอร์ ชื่อดัง ในยุคที่สื่อออนไลน์กำลังเป็นที่สนใจของทุกคน บล็อกเกอร์เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่หลายคนในโลกออนไลน์ใฝ่ฝัน แต่กว่าจะได้รับการยอมรับจากผู้อ่านได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย วันนี้เรามีบทสัมภาษณ์คุณว่านน้ำ บล็อกเกอร์และ Food Critic ชื่อดัง เธอจะมาบอกเล่าถึงความเป็นมา จัดอันดับblog ที่มาแรง สิ่งที่เธอกำลังเป็น วิธีแยกแยะบล็อกเกอร์ รวมถึงการตามรอยบล็อกเกอร์อย่างไรไม่ให้เฟล

ว่านน้ำ

อยากให้คุณว่านน้ำเล่าจุดเริ่มของการมาเป็นบล็อกเกอร์และ Food Critic


เป็นคนช่างกิน ชอบกิน ชอบลอง ต้องย้อนความไปตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็ก คุณพ่อท่านเป็นคนชอบกิน ความทรงจำสมัยเด็กคือตอนค่ำๆ จัดอันดับblog ที่มาแรง คุณพ่อมักจะมาเคาะห้อง แอบย่องออกจากบ้านกันสองคนพ่อลูกไปกินข้าวต้มปลาเจ้าอร่อยแถวหัวลำโพงเสมอ หรือมีร้านอาหารอร่อยที่ไหนก็จะดั้นด้นกันไปกิน ไปลอง คุณแม่เองก็เป็นคนเปิดกว้างด้านอาหาร อาหารต่างชาติ อาหารแปลก ๆ นี่จะชอบมาก

พอโตขึ้นมา มีโอกาสได้ไปไหน ก็จะลองอะไรใหม่ ๆ เสมอ สมัยประถมเคยไปบ้านพี่เลี้ยงที่อิสาน ซนและซ่ามาก ไปวิ่งไล่ฝูงไก่เค้าจนไก่กลัว ไม่ยอมออกไข่ ได้ลองอะไรที่หลากหลายมาก กินไข่ข้าว กินหนูนา เขาตีงูเห่ามาก็กินกับเขาด้วย เรียกว่าลองกินมาแล้วทุกรูปแบบ กบนี่เรียกว่าสามัญมาก กินประจำ

ตอนไปเรียนต่างประเทศก็ลองทุกอย่าง ได้สัมผัสประสบการณ์อาหารที่หลากหลาย ยิ่งทำให้เราชอบและใส่ใจเรื่องอาหารมากขึ้นไปอีก ไปร้านอาหารฝรั่งเศส สั่งกระต่ายมากิน เค้ายังมองเลยว่ายัยเด็กเอเชียหัวดำนี่จะกินเป็นเหรอ เราก็กินอย่างอร่อยเลย เขาก็งงกันไป

พอกลับมาเรียนมหาวิทยาลัยที่เมืองไทย ช่วงนั้นเริ่มเล่นพันทิป มาเจอกลุ่มย่อยอาหารการกิน (ปัจจุบันคือห้องก้นครัว) ก็เจอก๊วนพี่ๆ ที่ชอบกินเหมือนกัน ทีนี้คือบันเทิงโภชนาเลย เค้าไปไหนก็กินกับเค้าด้วย พี่เค้าบอก “เพื่อนกินหายาก” เพราะพออายุประมาณรุ่นพี่ๆ ตอนนั้น (30++) ก็จะเริ่มไม่ค่อยมีเพื่อนกินที่เป็นรุ่นเดียวกันละ โดนหมอห้ามกินนู่นกินนี่กันหมด เจอเราเลยเข้าขา กินไหนกินนั่น สนุกสนานกันไป

สมัยนั้นเป็นยุคแรกๆ ของการรีวิวอาหารเลย แต่ก่อนไม่มีหรอกนะ ไปกินข้าวตามร้านแล้วจะท่อมๆ หิ้วกล้องไปถ่ายรูป กระทู้ที่ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของการรีวิวอาหารในโลกอินเตอร์เน็ตไทย น่าจะมาจากกระทู้คั่วไก่ในตำนาน พอคนนึงเริ่ม คนอื่นก็เริ่มตาม ๆ กันมา

จริงๆ แล้วว่านน้ำเอง ไม่ได้เริ่มมาจากกระทู้รีวิวอาหาร ว่านเริ่มจากตอบคำถามเรื่องการทำอาหารก่อน อาศัยว่าชอบกิน ชอบทำ ชอบค้นคว้า พอมีความรู้อยู่บ้าง ก็ค้นและตอบคำถามเรื่องการทำอาหารรวมถึงร้านอาหารมาเรื่อย เพราะเรากินบ่อย กินเยอะ ชอบลอง จนเก็บเงินซื้อกล้องเป็นของตัวเองได้ ก็เริ่มรีวิวอาหารป๊อกแป๊กตามประสา แล้วก็ศึกษาหาความรู้เรื่องอาหารมาตลอด จนมาถึงวันนี้นี่แหละ

เป็น Food Critic จำเป็นต้องเรียนด้านอาหารมาไหมคะ
การเรียนเป็นหนทางหนึ่ง แต่ไม่ใช่หนทางเดียวของทุกสิ่งอย่าง หลายคนยังเป็นนักร้องที่ดีได้โดยไม่ต้องเรียนร้องเพลงมาเลย

ต้องลิ้นเทพรึเปล่า
ว่านว่าลิ้นเทพไม่สำคัญเท่าความรู้ความเข้าใจที่มีต่ออาหาร (ยิ้ม)

แล้วไปเป็นกรรมการเชฟกระทะเหล็กได้ยังไง
ได้พูดคุยกับพี่หนุ่ม กิตติกร เพ็ญโรจน์ ทางรายการเห็นว่าเรามีความรู้เรื่องอาหาร ชำนาญเรื่องญี่ปุ่น เลยเชิญมาเป็นกรรมการเชฟกระทะเหล็กอาหารญี่ปุ่น นี่ก็เป็นมาสองปีกว่าจะสามปีแล้ว เฉลี่ยความถี่ในการไปตัดสินก็ 2-3 เดือนครั้ง

อาหารในรายการเชฟกระทะเหล็กอร่อยจริงไหม
มีทั้งที่อร่อย และที่พลาด ถ้าอย่างย่อๆ ก็ต้องบอกว่าเชฟกระทะเหล็กพลาดน้อยกว่า เพราะเจนสนามมากกว่า อีกประเด็นก็คงเป็นเรื่องการคำนึงถึงวัตถุดิบลับ ซึ่งเชฟกระทะเหล็กมักจะทำได้ดีกว่าเช่นกัน โดยส่วนตัว เวลาตัดสิน จะกดคะแนนเชฟกระทะเหล็กมากกว่านิดหน่อยเพราะเหตุนี้

คิดยังไงกับที่เค้าว่าบล็อกเกอร์รีวิวอาหารเดี๋ยวนี้หลอกลวงซะเยอะ ตามไปกินก็ไม่อร่อย
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่าเสน่ห์ของบล็อกเกอร์คืออะไร เสน่ห์ของบล็อกเกอร์ไม่ว่าจะสายไหนก็คือคำแนะนำที่กันเอง สามารถเชื่อถือได้ บอกถึงทั้งข้อดีและข้อเสียของแต่ละอย่างได้ เหมือนเราไปถามความเห็นจากเพื่อน.. เพื่อนที่ชำนาญในด้านนั้น ๆ ซึ่งตรงจุดนี้จะต่างจาก presenter หรือดารา หรือสื่ออื่น ๆ .. เคยสังเกตไหม เวลาตามไปกินที่รายการทีวีหรือนิตยสารแนะนำ ถ้ามันไม่ดี เราก็มักจะบ่นกันแค่ว่า ร้านที่ออกทีวี/ลงนิตยสารก็เงี้ยะแหละ แต่ถ้าเป็นร้านที่บล็อกเกอร์แนะนำ ความคาดหวังมันมักจะมากกว่านั้น ว่าร้านที่แนะนำต้องเจ๋งจริง

ทีนี้ สมัยก่อนเนี่ย คนที่จะเป็นบล็อกเกอร์ได้ ล้วนเริ่มมาจาก “ใจรัก” กันทั้งนั้น พอเริ่มมาจากใจ เริ่มจากความรู้สึกชอบ ก็จะ “มีใจ” หาความรู้เพิ่มเติมในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่สมัยนี้หลายอย่างเปลี่ยนไปเยอะ คนมาเป็นบล็อกเกอร์ จัดอันดับblog ที่มาแรง เพราะ “อยากได้ อยากมี อยากเป็น” ก็เยอะ คนอ่านหรือผู้เสพสื่อเอง ก็ต้องรู้เท่าทันและใช้วิจารณญาณเยอะขึ้น อาจต้องแยกเป็น 3 ฝ่าย คือ 1.บล็อกเกอร์ (หมายรวมถึงContent Creator : ผู้สร้างเนื้อหาบนสื่อดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะบล็อก กระทู้ Instagram หรือ Clip ต่างๆ ในที่นี้ขอเรียกรวมๆ เป็นบล็อกเกอร์ เพราะเป็นคำที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคยสุด) 2.ผู้อ่าน และ 3.ร้านอาหาร โรงแรม รวมถึงดิจิทัลเอเยนซี่

อย่างแรกเลยคือบล็อกเกอร์ การจะตามไปกิน ไปใช้ ไปเที่ยวไปพักตามที่บล็อกเกอร์รายไหนๆ แนะนำ และไม่ให้เฟล เราต้องดูก่อนว่าคนๆ นั้นเป็นบล็อกเกอร์ประเภทไหน

บางคนเป็นบล็อกเกอร์โบรชัวร์หรือบล็อกเกอร์แค็ตตาล็อก คือมีไว้อัพเดทเรื่องราวข่าวสาร แนะนำร้านอาหารหรือสินค้าอย่างเดียว จะไปเชื่อถืออะไรบางทีก็ยาก

ถ้าหนักกว่านั้นจะเป็นบล็อกเกอร์ทีวีไดเร็ค พวกนี้จะหยิบจะจับจะแนะนำอะไรก็ดี ดี๊ ดี พระเจ้าจอร์จ มันยอดมากไปหมด อวยไส้แตกทุกสิ่งอัน ถ้าหลงเชื่อคิดจะตามไปกิน ก็ทำใจไว้ได้เลย

บางคนเป็นบล็อกเกอร์โปสการ์ด รูปสวยเว่อร์วังอลังการดาวล้านดวงประหนึ่งภาพโปสการ์ด แต่พอเห็นของจริงแล้วแบบ.. เดี๋ยวนะ ในภาพที่ลงนั่นคือภาพเพื่อการโฆษณาเท่านั้นใช่ไหม

บางคนเป็นบล็อกเกอร์จับฉ่าย มีทุกสิ่งให้เลือกสรร จะดีไม่ดีนี่อีกเรื่อง

บางคนเป็นบล็อกเกอร์เฉพาะทาง จัดอันดับblog ที่มาแรง ข้อมูลแน่น จัดเต็ม เชื่อถือได้ เหมือนหนังสือเฉพาะทาง คนที่ทั้งภาพสวย ความรู้ดี ก็มีเหมือนกัน พวกนี้คือว่าเป็น Rare Item เป็นสิ่งดีงามของวงการ ควรรักษาไว้ ซึ่งแต่ละคนก็แต่ละแนว ว่านไม่ตัดสินว่าใครผิดถูกนะ แนวทางก็คือสไตล์ สไตล์ไม่มีผิดถูกหรอก